ที่ท่องเที่ยว
ทุ่งกะมังบนทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
การท่องเที่ยวเชิงศึกษาผืนป่าเป็นการท่องเที่ยวที่เพิ่มปัญญา ท้าทาย น่าสนใจ และมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเติมจำนวนอยู่เสมอ การท่องเที่ยวในลักษณะนี้มีดีตรงที่ได้พบสิ่งแปลกใหม่ เช่น สัตว์ป่า แมลง นก พันธุ์ไม้ น้ำตก ทะเลดาว รวมถึงเรื่องราวทางธรณีวิทยา ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าสร้างความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่า “เติมตลอด” รวมถึงอยากไปสัมผัสเส้นทางใหม่ที่เราไม่เคยคุ้น ส่วนผู้ที่รักในที่เดิมแหล่งเดิมก็มีไม่น้อย นั่นหมายความว่า ‘ติดใจ โดนใจ มัดใจ’ จนต้องย้อนกลับไปอีกครั้งและอีกครั้ง อยากบอกว่ามีสถานที่หนึ่งเมื่อได้ไปสัมผัสจะเกิดความรักและหลงใหลขึ้นมาในทันที ไปซ้ำกี่ทีไม่มีเบื่อ เหตุเพราะสวย ไปง่าย วัยไหนก็ไปเที่ยวได้ ที่นั่นคือ “ทุ่งกะมัง” เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ

หากมีคนบอกว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง” คงไม่ผิด เหตุเพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีความพิเศษตรงที่อยู่ในอ้อมกอดของป่าอื่นๆ เป็นผืนป่าอีสานตะวันตกที่เชื่อมรวมเป็นผืนป่าเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 3 แห่ง และ อุทยานแห่งชาติอีก 4 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง, อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน, อุทยานแห่งชาติภูกระดึง, อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และอุทยานแห่งชาติตาดหมอก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวทำหน้าที่ดูแลด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า เพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง เนื้อทราย โดยปล่อยให้สัตว์อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สืบพันธุ์และขยายพันธุ์เองตามระบบนิเวศซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวเป็นพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อผู้ที่สนใจเรียนรู้ ดูนก ชมผีเสื้อ เดินป่าระยะสั้น เดินป่าระยะยาว ส่วนแหล่งท่องเที่ยวและศึกษาธรรมชาติมีมากมายหลายจุด ทั้งเส้นทางง่ายและยาก เช่น จุดชมวิวปางม่วง ลำน้ำพรม น้ำตกตาดคร้อ น้ำตกนาคราช ภูคิ้ง (ยอดสูงสุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว) และเป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีทั้งนกน้ำ นกประจำถิ่น และนกอพยพในช่วงฤดูหนาว ส่วนไฮไลท์ที่งามง่ายและง่ายงามเป็นจุดที่ใครๆ ก็ต้องไปคือ ‘ทุ่งกะมัง’ (รวมถึงเราด้วย)
นี่คือเรื่องราวส่วนหนึ่งของเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าภูเขียว คราวนี้ลองเข้าไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในป่าภูเขียวซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในครั้งนี้ ‘ทุ่งกะมัง’

การเดินทางไปทุ่งกะมังเริ่มจาก ‘จุดชมวิวปางม่วง’ ริมถนนสาย 2366 จุดนี้อยู่ตรงทางแยกเข้าทุ่งกะมัง เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่ดีมาก มองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล ขุนเขาเรียงรายลดหลั่นไปตามสภาพภูมิประเทศ มองเห็น ‘ภูผาจิต’ และ ‘ภูกระดึง’ จากนั้นเลี้ยวรถเข้าไปที่ด่านป่าไม้ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่แล้วเดินทางต่อมาบนถนนกลางป่า ถนนเส้นนี้เป็นถนนแคบเล็ก บางช่วงลาดยาง บางช่วงเป็นลูกรัง ขับขี่ต้องระมัดระวังเพราะอาจเจอไม้ล้มขวางทางหรือมีสัตว์ป่าข้ามถนน ระยะทางจากจุดเริ่มต้นจนถึงทุ่งกะมังประมาณ 25 กิโลเมตร
ระหว่างทางมีช่วงหนึ่งต้องข้ามลำน้ำพรม ข้ามไปบนสะพานคอนกรีต ตรงนี้เป็นจุดที่มีผีเสื้อโบยบินเป็นจำนวนมาก พบเห็นได้ง่ายทั้งบนสะพาน ข้างทาง และริมน้ำ ผีเสื้อที่พบหลากสีหลายสายพันธุ์ เช่น ผีเสื้อภูเขาสะพายขาว ผีเสื้อฟ้าวาว ผีเสื้อในวงศ์หางติ่ง
จากสะพานข้ามน้ำพรมเข้ามาที่หน่วยย่อยทุ่งกะมัง ตรงจุดนี้เป็นศูนย์กลางของทุ่งกะมัง หากจองบ้านพักมาล่วงหน้าหรือมากางเต็นท์ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตรงนี้ ส่วนบ้านพักและลานกางเต็นท์อยู่ห่างออกไปไม่ไกล (ไม่กี่ร้อยเมตร) ตรงจุดกางเต็นท์มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ศาลาสัมมนา และบ้านพัก
จากลานกางเต็นท์ห่างออกไป 1 กิโลเมตรคือ ‘ทุ่งกะมัง’ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สลับกับบึงน้ำ ระหว่างทางจากจุดนี้มีหอดูนกหรือหอส่องสัตว์พรางตัวอยู่ในผืนป่า มีหมู่มวลปักษาส่งเสียงทักทายตลอดทาง โดยปกตินักท่องเที่ยวมักขับรถจากลานกางเต็นท์ไปทุ่งกะมัง แต่อยากบอกว่า หากมีโอกาสเลือก ลองเลือกวิธีเดิน การเดินทำให้เราได้เสพผืนป่า เข้าถึงอารมณ์ป่า ได้พบนกนานาชนิด ได้พบแมกไม้นานาพันธุ์ เริ่มตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้เลื้อย ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ รวมถึงกล้วยไม้ด้วย
ก่อนถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทางฝั่งขวาคือบึงน้ำแสนสวย เป็นบึงที่ถูกไอหมอกปกคลุมในยามเช้าไปจนถึงช่วงสาย บางครั้งอาจได้พบสัตว์ขนาดใหญ่อย่างเก้งกวางลงเล่นน้ำ นับเป็นภาพบึงน้ำที่ดีต่อใจ ดีต่อการได้พบเห็น
พ้นจากบึงน้ำเข้าสู่จุดหมายปลายทางนั่นคือทุ่งกว้างในนาม “ทุ่งกะมัง” ทุ่งที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ทุ่งกะมังเป็นทุ่งหญ้าบนที่ราบกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีลักษณะคล้ายแอ่งกะละมังกลางป่า จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ทุ่งกะละมัง’ หรือ ‘ทุ่งกะมัง’ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงต้องการให้มีการอนุรักษ์สัตว์ป่า และนำสัตว์ป่ากลับคืนถิ่น เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่าง ๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่ง มีหญ้าระบัดใบเป็นอาหารของเก้งกวางในช่วงฤดูแล้ง ทุ่งกะมังถือเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของสัตว์ป่า สามารถพบเห็นสัตว์ป่าอย่างเนื้อทราย เก้ง กระจง ออกมาหาอาหาร โดยเฉพาะในช่วงยามบ่ายถึงเย็นพบเห็นได้มากที่สุด
ช่วงเวลายอดนิยมในการเยือนทุ่งกะมังคือช่วงเช้าตรู่ เป็นช่วงที่หมอกลอยตัวปกคลุมขุนเขาและทุ่งหญ้า กลายเป็นภาพแห่งมนตราที่ตรึงเราไว้ตรงนั้น หยุดเราไว้กับที่ เคลื่อนตัวอีกทีตอนตะวันยามเช้าสาดแสงสีทองกระทบม่านหมอก กลายเป็นหมอกมนต์บนทุ่งสีทอง งดงามตระการตา ส่วนช่วงบ่ายไปถึงเย็นเป็นช่วงที่มีโอกาสได้สบตาสัตว์ป่าที่น่ารักพวกเนื้อทราย เก้ง กวาง พวกมันพร้อมใจกันออกมาเดินอวดเรือนร่างริมทางกลางทุ่ง ส่วนช่วงค่ำพบดาวล้านดวงบนฟากฟ้า พบความลับทางดาราศาสตร์ในคืนเดือนแรม มองเห็นทางช้างเผือกตัวอ้วนอวดโฉมชัดเจน ทุ่งกะมังนับเป็นแหล่งดูดาวที่ดีที่สุดจุดหนึ่งของประเทศไทยเพราะเป็นเขตฟ้ามืด มืดแบบไม่มีแสงไฟใดๆ รบกวน ดูดาวจนลืมลมหนาวกันไปเลย
ทุ่งกะมังคือท้องทุ่งเอกอุดม ไม่มีแสงสี ไม่มีเติมแต่ง เป็นทุ่งสมบูรณ์พร้อมในผืนป่าแบบแอ่งกระทะ ถูกโอบกอดด้วยขุนเขา ท่องเที่ยวได้ตลอดปี มีม่านหมอกปกคลุมทุ่งทั้งในหน้าฝนและหน้าหนาว สายหมอกยามเช้าและยามเย็นเป็นหมอกนุ่มนวลชวนฝัน มาแล้วไม่อยากจาก จากแล้วอยากกลับไปใหม่ เป็นหนึ่งในทุ่งหญ้ากลางหัวใจ ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ทุ่งไทยทุ่งทอง ทุ่งกะมัง
หมายเหตุ
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยว 3 อำเภอคือ อำเภอภูเขียว อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
- การเดินทางด้วยรถส่วนตัว ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2366 เป็นเส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์ ก่อนถึงเขื่อน 3 กิโลเมตรมีทางแยกซ้ายตรงจุดชมวิวปางม่วง ขับผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าไปอีก 25 กิโลเมตรถึงทุ่งกะมัง
- บ้านพัก ติดต่อจองบ้านพักล่วงหน้า 15 วัน โทร. 064 939 4663 บ้านพักเป็นอาคารไม้ทั้งหมด มีพื้นที่กางเต็นท์ใกล้ๆ บ้านพัก บ้านพักมีหลายแบบทั้งบ้านเดี่ยวและเรือนแถว
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีไฟฟ้าให้ใช้แค่เวลา 18.30 – 21.30 น. ควรเตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่สำรองมาให้พร้อม
- อย่าออกนอกพื้นที่ที่กำหนดไว้โดยเด็ดขาด
บรรยายภาพ
1 หมอกฝนจุดชมวิวปางม่วง จุดชมวิวสำคัญก่อนเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าทุ่งกะมัง ภูสูงที่เห็นทางซ้ายคือ ภูผาจิต ส่วนเห็นลางๆ ทางขวาคือ ภูกระดึง
2 – 3 ม่านหมอกยามเช้าปกคลุมทุ่งกะมัง
4 การถ่ายภาพในทุ่งกะมังหากมีเลนส์เทโฟโต้จะได้เปรียบ สามารถเก็บรายละเอียดได้มาก แต่ไม่มีไม่เป็นไรเพราะสัตว์พวกเก้งกวางอยู่ไม่ห่างจากคนมากนัก ใช้กล้องจากโทรศัพท์ถ่ายก็ได้
5 อ่างเก็บน้ำทุ่งกะมัง
6 - 8 เนื้อทรายพบเห็นได้โดยง่ายในทุ่งกะมัง
9 ทุ่งกะมังยามสาย ม่านหมอกเริ่มคลายจาง
10 สะพานทางเดินยกสูงจากพื้นเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบธรรมชาติ เป็นทางเดินเท้าเข้าสู่หอส่องสัตว์ทุ่งกะมัง
11 หอส่องสัตว์ทุ่งกะมัง
12 นกยูงพบบริเวณลานกางเต็นท์
13 ผีเสื้อจำนวนมากพบบริเวณลำน้ำพรม ที่เห็นคือผีเสื้อภูเขาสะพายขาว
14 นกแซงแซวสีเทา
15 ทางช้างเผือก ลอยเด่นเหนือทุ่งกะมัง
6 พฤศจิกายน 2569