สยายปีกแห่งเผ่าพันธุ์
ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี นอกจากเป็นสถานีทดลองการปลูกข้าวแห่งแรกของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นจุดนัดพบของผู้คนที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพนก แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นนกที่พบได้ทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ที่เราจะสามารถเฝ้ามองชีวิตความเป็นอยู่ของนกเหล่านี้ได้แทบจะทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะผ่านเลนส์ราคาหลักหมื่น หรือจะมองด้วยตาเปล่าแค่เอาบรรยากาศก็รู้สึกอิ่มเอมไม่แพ้กัน
สายหมอกและแสงเช้าของทุ่งรังสิตทำให้หัวใจพองโต เหล่านกทุ่งมากมายบินออกหากินอย่างเสรี ผมนั่งเงียบ ๆ อยู่ริมทุ่งนาอันกว้างขวางของศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี เก็บภาพนกน่ารัก ๆ ได้หลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นนกที่พบได้ทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ที่ได้เฝ้ามองช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้ผ่านเลนส์และการบันทึกภาพ
สายแล้วอากาศอบอุ่น หมอกอ้อยอิ่งจางหาย เสียงร้อง “โป่ง ๆ ๆ” ดังก้องไปทั่วบริเวณ บนกิ่งแห้งของต้นก้ามปู เศษไม้ร่วงออกมาจากรูเล็ก ๆ มองไปรอบ ๆ เจอกับนกตีทองตัวเขียว ๆ เหลือง ๆ รอบตาสีเหลือง หัวสีแดง เกาะอยู่ไม่ห่าง ช่วงเวลาของฤดูผสมพันธุ์ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เมื่อดูใจกันเรียบร้อย พวกมันก็บินไปดูเรือนหอ ลองเคาะ ๆ เจาะ ๆ ถ้าเนื้อไม้ยังแข็งไปก็เลือกไปเรื่อย ๆ จนได้ที่เหมาะสม ทั้งคู่ก็เริ่มต้นสร้างรังรักอันอบอุ่น ใช้เวลาไม่นานนัก โพรงเล็ก ๆ แห่งนี้จะเป็นบ้านหลังแรกของชีวิตใหม่
ผ่านมาหลายสัปดาห์จากวันแรก เจ้าตีทองคู่นี้ช่วยกันหาอาหารเข้ามาป้อน จากช่วงแรกที่นาน ๆ ครั้งกลับถี่ขึ้นมาก ชีวิตที่กำลังเติบโตในรังเล็ก ๆ มีหลายตัวแน่นอน คะเนจากความถี่ในการป้อน จากสีสดใสในช่วงจับคู่ใหม่ ทั้งคู่สีซีดลง โทรมขึ้น แต่แรงปีกและสัญชาตญาณของพวกมันกระตุ้นให้ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อส่งต่อเผ่าพันธุ์ไปยังอนาคต
ผมไม่ได้เฝ้านกตีทองครอบครัวนี้จนวันที่พวกมันพาลูก ๆ หัดบิน เพียงเพราะโลกนี้เราไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง หรือทุกเวลา แต่ได้มองเห็น เฝ้ามองในบางเวลา เท่านี้ก็อาจจะเพียงพอให้หัวใจได้อิ่มเอม การทำงานกับธรรมชาติ หลายครั้งความสุขมาจากการได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับช่วงเวลาดี ๆ ที่ไม่ใช่การถ่ายภาพเสมอไป
หัสชัย บุญเนือง – ภาพ
22 กันยายน 2568