ไลฟ์สไตล์
“Earth-first” Mindset : understanding the world through its constant changes.
กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สูงที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย
“กิ่วแม่ปาน” ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณกิโลเมตรที่ 41 เป็นเส้นทางเดินธรรมชาติ ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดินประมาณ 1-2 ชั่วโมง) บนความสูง 2,000 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง ที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องทะเลหมอก กุหลาบพันปีสีแดงสด และป่าดึกดำบรรพ์อันอุดมสมบูรณ์ไฮไลต์ของกิ่วแม่ปาน
จุดชมวิวทะเลหมอก
ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ (Sub-Alpine meadow)
กุหลาบพันปี (Rhododendron) ซี่งจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี

จากป่าเขียวอันสูงใหญ่ สู่ทุ่งหญ้าบนสันเขา
บริเวณกิ่วแม่ปาน-ลำห้วยแม่ปาน เผยให้เห็นธรรมชาติสองรูปแบบอย่างชัดเจน คือป่าดิบชื้นและทุ่งหญ้าบนสันเขา มีเส้นทางเดินธรรมชาติที่สวยงาม สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก และมีน้ำตกลานเสด็จ บริเวณผาแง่มน้อย เสียงน้ำตกกระทบโขดหินเป็นจังหวะธรรมชาติ ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย รอบ ๆ ก็จะพบกับพืชพรรณเล็ก ๆ คล้ายเชอร์รีป่า ผลสีแดงสด ขึ้นเป็นกระจุก รวมถึงพญาดงที่เกาะตามต้นไม้ชุ่มน้ำ บางดอกขาวสะอาด บางดอกแต้มชมพูอ่อนราวนางฟ้าแห่งพงไพร



สวัสดีกิ่วแม่ปาน
นี่คือการเดินทางครั้งใหม่ของนักเทรคกิงและนักเดินป่าอย่างเราที่เป็นมือใหม่ การเดินทางและการเดินป่าครั้งนี้เพื่อศึกษาธรรมชาติ รับอากาศบริสุทธิ์ เสียงนกตัวน้อยเป็นเพื่อนนักเดินทางเป็นระยะ เพราะบริเวณนั้นมีกลุ่มพันธุ์นกหลายชนิด ส่งเสียงเบา ๆ เล็ก ๆ ร้องประสานสลับกับเสียงน้ำตกที่กระทบโขดหินอย่างเป็นจังหวะดั่งเสียงเพลง น้ำเย็นเจี๊ยบ ใสสะอาด เห็นพันธุ์ไม้อยู่ใต้น้ำพลิ้วไหวกับสายน้ำแผ่ไปในทิศทางเดียวกัน ไอความสดชื่นมากระทบกับต้นไม้รู้สึกได้ถึงกลิ่นโอโซนที่คนเมืองโหยหา อากาศยังคงหนาวเย็น ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร บนความสูงกว่าสองพันเมตรอาจดูท้าทาย แต่หากหยุดดูธรรมชาติรอบ ๆ ตัว ศึกษาพันธุ์ไม้ เช่น เฟิร์นพันธุ์ใหม่ ๆ ดอกไม้ป่า กล้วยไม้เล็ก ๆ เหมือนเด็กน้อยอ่อนหวาน ตามโขดหินคือกล้วยไม้พันธุ์บีโกเนีย (ส้มกุ้ง) บอกได้เลยว่า “so cute น่ารักน่าเอ็นดูมากเลยล่ะ” เห็ดป่า พบเห็ดหลินจือ และเห็ดกากหมากตาฤษี (Balanophora fungosa forest mushroom) ที่คนในพื้นที่ขอบเก็บเอาไปนึ่ง และประคบแผลสด เป็นต้น เป็นระยะ ๆ แล้วสูดอากาศเข้าเต็มปอด ความเหนื่อยล้าก็จะค่อย ๆ คลายลงอย่างน่าอัศจรรย์

สำหรับท่านหญิงฯ การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ มีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี ทั้งไม้เทรคกิง กล้องถ่ายรูปคู่ใจสองตัว สมุดจดบันทึก หมวก รองเท้าเดินป่า แล้วก็ลุยเลยค่ะ !!!ระยะทางมีความท้าทายเป็นระดับ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะค่อยๆ เดินไปทีละขั้น พร้อมกับได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นระยะ ๆ เมื่อเดินต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ก็จะเจอกลุ่มดอกไม้ป่า เฟิร์น แทรกตามโขดหินและต้นไม้ เรียงรายตลอดทาง ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน อากาศดีจนเหมือนต้องมนต์ สีเขียวของผืนป่าช่วยพาเราหนีห่างจาก PM 2.5 และความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ที่นี่คือสวรรค์ของคนรักธรรมชาติและการเดินป่าอย่างแท้จริง คุณจะเห็นขอบฟ้าเป็นชั้นๆ จากสีฟ้าขาวจรดชมพู เป็นฉากหลัง และป่าไม้อยู่ด้านหน้า
เรายังคงเดินต่อไปท่ามกลางไอเย็นที่พัดผ่าน ก่อนจะทะลุออกจากอุโมงค์ต้นไม้อันเขียวชอุ่ม ราวกับก้าวข้ามมิติเข้าสู่ทุ้งหญ้ากว้างใหญ่บนสันเขา หรือ ทุ่งกึ่งอัลไพน์ (Sub-Alpine meadow) เจอหนาดดอย (Pearly everlasting) บนยอดเขา เป็นความงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของธรรมชาติและโอโซนอันบริสุทธิ์ รอบตัวเรานั้นสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ท้องฟ้าโอบล้อมรอบกาย ก้อนเมลอยลงต่ำ คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเอามือจับได้ ภูเขาสลับทับซ้อนเหมือนม่านในโรงละคร มีทะเลหมอกบาง ๆ ทำให้เกิดมิติบนทิวเขาเหมือนฉากในโรงละครบัลเลต์ ท้องฟ้าสีวานิลลาสกายทอดแสงอ่อนส่องลงมา ขับให้ผืนป่าและหมู่ไม้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น กุหลาบพันปีเบ่งบานด้วยดอกสีแดงเข้ม ตัดกับสีเขียวของป่า พบเชอร์รีป่าสีแดงสดก้อนกลมอยู่ริมทางคู่กับพญาดงตามต้นไม้อันชุ่มฉ่ำ ดอกไม้สีชมพู เหมือนนางฟ้าตัวน้อยที่คอยพิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้ ความงดงามของป่าไม้เมืองไทยไม่แพ้ที่ใดในโลก ความประทับใจนี้ยากจะลืมเลือน
เมื่อได้ยืนพักใต้ต้นไม้ใหญ่ หลับตา ตั้งจิตให้นิ่ง สูดหายใจลึกๆ รับกลิ่นอันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ แล้วก็ลืมตามองสีเขียวรอบตัว รู้สึกราวกับได้พักสายตา ได้เติมพลังให้จิตใจ และร่างกาย การเดินครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย เหนื่อยใช้ได้ แต่ก็คุ้มค่า แต่เป็นการเยียวยาในแบบที่ชีวิตในเมืองให้ไม่ได้ ตลอดการเดินทาง ทุกคนล้วนมีรอยยิ้ม มีความสุข และสดชื้น อีกทั้งพี่ๆเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งนี้ยังใจดีทุกคน ให้ข้อมูลและความรู้ตลอดเส้นทาง ทำให้การเดินกิ่วแม่ปานครั้งนี้อบอุ่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น หนึ่งในสถานที่ที่ท่านหญิงประทับใจ และอาจจะเป็นสิ่งใหม่ของการเดินทางที่ทุกคนอยากจะติดตามและอยากจะพบเจอด้วยตัวเอง




SIRIVANNAVARI Autumn-Winter 2026/27
ฤดูกาลนี้ว่าด้วยเรื่องราวแห่งการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย นำเสนอผ่านเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในสไตล์สปอร์ตลักซ์ชัวรี เช่น ชุดราตรีเดรปทรงบอลลูนที่มีความสนุกในการสไตลิ่งผ่านการตกแต่งด้วยเชือกรูดและตะขอสำหรับปีนเขา ส่วนเนื้อผ้าที่นำมาใช้ในฤดูกาลนี้ที่มีความโดดเด่นคือผ้าไนลอน รวมถึงผ้าไหมไทยในรูปแบบที่ทันสมัย แอกเซสเซอรีส์อย่างกระเป๋าที่ถอดแบบมาจากกระเป๋ากล้อง กระเป๋าเป้สไตล์ Unisex ส่วนรองเท้านำเสนอรองเท้าบู๊ทยาวหนังนิ่มตกแต่งเชือกรูดที่ดูคล่องตัว และรองเท้าส้นสูงที่ไม่เหมือนใครด้วยส้นรองเท้าทรงพีระมิด ส่วนเครื่องประดับเป็นงานรีเมคจากการนำของใช้อย่างนาฬิกา เข็มทิศมาทำเป็นสร้อยโชคเกอร์และแหวน ถ่ายทอดความทรงจำและร่องรอยแห่งการเดินทางที่ถูกแช่แข็งไว้ แต่ไม่เคยหลอมละลายไป แฝงปรัชญาแห่งการรักษ์โลก
บทส่งท้าย : ข้อแนะนำสำหรับนักเดินทาง
- เที่ยวชมตัวเมืองเชียงใหม่
- ใช้บริการรถแดง (รถโดยสารประจำจังหวัดเชียงใหม่)
- ลิ้มลองอาหารเหนือเช่น ข้าวซอย น้ำเงี้ยว แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แคบหมู
- และโครงการหลวง และ ร้านค้าในโครงการหลวง
- พักผ่อนในโรงแรมหรือบูทิคโฮเทล ที่มี Wellness center สำหรับคนรักสุขภาพ
- เยี่ยมชมวัดสไตล์ล้านนาต่าง ๆ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา – เรื่อง
แบรนด์ "SIRIVANNAVARI" – ภาพ
22 ตุลาคม 2569
แบรนด์ "SIRIVANNAVARI" – ภาพ
22 ตุลาคม 2569