#ที่เที่ยว

เลาะเลี้ยวเที่ยวท้ายเขื่อนป่าสักฯ ลพบุรี-สระบุรี

ในช่วงที่ฝนโปรยปราย ธรรมชาติรอบกายมักจะดูสดชื่น ทิวทัศน์ตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยแทบจะทุกที่ก็น่ารื่นรมย์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะท้ายเขื่อนซึ่งเป็นรอยต่อของจังหวัดลพบุรีและสระบุรี มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลากหลาย ทั้งทิวทัศน์อันงดงาม ขบวนรถไฟลอยน้ำ คาเฟ่มินิซู วิถีชีวิตปศุสัตว์ การทำฟาร์มดอกไม้ และเครื่องจักสานพืชพื้นถิ่น ทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของการเที่ยวเลาะเขื่อน

 

ลพบุรีกับความงดงามของวิวยามเช้า
เรากำลังยืนชมแสงแดดอ่อนสะท้อนผืนน้ำเบื้องหน้า “ทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุง” อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี จุดชมวิวชื่อดังริมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เส้นทางรถไฟตรงนี้ทอดยาวผ่านอ่างเก็บน้ำกว้างไกล หากเป็นช่วงที่ระดับน้ำในเขื่อนสูงจะมองเห็นขบวนรถไฟแล่นผ่านราวกับลอยอยู่เหนือผืนน้ำ จนได้รับการขนานนามว่ารถไฟลอยน้ำ และ “เมื่อระดับน้ำลดลง ใต้แนวทางรถไฟจะเผยให้เห็นทุ่งหญ้าสีเขียวสลับกับแอ่งน้ำงดงามแปลกตา” ในช่วงเดือนมีนาคมถึงกันยายน กลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดฮิต หากโชคดีอาจได้เก็บภาพขณะรถไฟวิ่งผ่าน นอกจากนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมของทุกปี การรถไฟแห่งประเทศไทยยังเปิดบริการขบวนรถไฟท่องเที่ยวพิเศษเส้นทางกรุงเทพฯ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ทุกวันเสาร์และอาทิตย์อีกด้วย

เช้าวันถัดมาเราเปลี่ยนบรรยากาศมารับลมเย็นชื้นชื่นใจในช่วงฤดูฝนตรงบริเวณแนวผาหินบนยอด “เขาพระยาเดินธง” อิ่มเอมกับสายหมอกที่ห่มคลุมทิวเขาเบื้องหน้า เขาพระยาเดินธงตั้งอยู่ในอำเภอพัฒนานิคม เส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาสะดวกสบาย สุดปลายทางเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมวิวตรงผาหินก้อนใหญ่ใกล้พระพุทธรูปสีทองอร่าม กวาดตามองวิวทิวเขากว้างไกล แสงแรกของดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า และเห็นขบวนรถไฟค่อย ๆ แล่นผ่านเขื่อนด้านล่างคล้ายรถไฟของเล่น ใครที่ชอบเที่ยวสบาย ๆ ชมวิวสูงงดงามเกินคาดโดยไม่ต้องออกแรงปีนป่าย ควรหาโอกาสมาสัมผัสสักครั้ง หากท้องเริ่มหิว ด้านบนมีอาหารตามสั่งร้านป้าปุ้ยไว้คอยบริการ ทีเด็ดอยู่ที่ข้าวกะเพราไข่ดาวกรอบนอกนุ่มใน นั่งกินข้าวพร้อมชมวิวมุมสูง เป็นความสุขเรียบง่ายที่น่าจดจำ

จากทุ่งปศุสัตว์สู่วิวหลักล้าน
สนามหญ้าเขียวขจีท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในอดีตเคยเป็นเพียงทุ่งปศุสัตว์ ปัจจุบันกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิต “ทุ่งหญ้าสีเขียวผืนกว้างทอดตัวยาวสุดสายตากลายเป็นภูมิทัศน์งดงามในพื้นที่ระหว่างสระบุรีและลพบุรี” มีฉากหลังเป็นท้องน้ำกว้างใหญ่และแนวเขาไกล ๆ ทุกปีในช่วงฤดูแล้งที่น้ำลด พื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำจะกลายเป็นลานกว้าง และเมื่อฝนแรกโปรยปราย ผืนดินจะเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ชาวบ้านจะต้อนฝูงแพะ แกะ วัว และควาย ออกมาเล็มหญ้าตามธรรมชาติ เกิดเป็นภาพวิถีชีวิตเรียบง่ายตลอดเส้นทางเลียบท้ายเขื่อนจาก “บ้านท่าฤทธิ์” อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ไปจนถึง “บ้านมะนาวหวาน” จังหวัดลพบุรี

เบื้องหลังภาพนี้คือวิถีชีวิตชาวบ้านที่ปรับตัวมาสู่การเลี้ยงปศุสัตว์หลังการสร้างเขื่อน โดยเฉพาะการเลี้ยงแพะเนื้อพันธุ์บอร์ผสม หัวสีน้ำตาลแดงลำตัวสีขาว แพะแองโกล และแพะนมซาแนน ในแต่ละวันชาวบ้านจะปล่อยฝูงสัตว์ออกมาสองรอบคือช่วง 09.00-12.00 น. และช่วงเย็น 15.00-18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่บรรยากาศสวยที่สุด นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่น ชมฝูงแพะ ปูเสื่อปิกนิกกางเก้าอี้สนามชมวิวยามเย็น ใกล้กันยังมี Sunny Oh Café คาเฟ่น้องใหม่สุดเก๋ให้แวะชิมขนมพร้อมชมวิวผ่านกระจกบานใส เมื่อแสงเย็นสีทองส่องสะท้อนผืนน้ำขณะฝูงแพะเดินกลับคอก กลายเป็นภาพธรรมชาติที่ผสมผสานวิถีชีวิตอย่างลงตัว แม้มีแพะเพียงหลักร้อยแต่วิวตรงหน้ากลับมีค่าราวหลักล้าน

มวลหมู่เข้าพรรษา สีสันแห่งศรัทธาเมืองสระบุรี
เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว ไม้ดอกที่สะพรั่งบานในช่วงเดือนกรกฎาคมตรงกับวันเข้าพรรษาและมีรูปทรงโดดเด่นคือดอกเข้าพรรษา หรือหงส์เหิน ซึ่งหาชมได้ที่ “มานะกุลฟาร์ม” อำเภอวังม่วง แหล่งปลูกดอกเข้าพรรษาหลากสีสันของคุณตา-วันเพ็ญ มานะกุล เธอเติบโตที่อำเภอพระพุทธบาท ซึมซับความงามของดอกไม้และประเพณีตักบาตรดอกไม้มาตั้งแต่เด็ก ภายหลังย้ายมาอยู่อำเภอวังม่วงจึงแบ่งพื้นที่ฟาร์มโคนมมารวบรวมและเพาะเลี้ยงดอกเข้าพรรษาจริงจัง เพื่อไม่ให้ลดน้อยลงไปจากธรรมชาติ ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งจำหน่ายต้นพันธุ์ ตัดดอกสดขาย และส่งขายในงานประเพณีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษา วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร และงานออกพรรษา วัดพระพุทธฉาย

“ดอกเข้าพรรษาเป็นพรรณไม้ที่พบได้ตามชายป่าในหลายภูมิภาคของประเทศไทย” สายพันธุ์พื้นเมืองจะมีใบประดับ 3 สีหลัก คือ เหลือง ขาว และชมพู ดอกแท้จะเป็นสีเหลืองรูปร่างคล้ายหงส์กำลังเต้นรำ ปัจจุบันมานะกุลฟาร์มรวบรวมไว้หลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ต่างประเทศที่มีช่อดอกยาวพลิ้ว เช่น ชมพูพม่า ขาวพม่า และสายพันธุ์ไทยพุ่มสวย เช่น ขาวเมืองเลย พวงมะลิ เสน่ห์อีกอย่างคือการค้นพบคืนลูกไม้ใหม่จากการผสมเกสรตามธรรมชาติของแมลง ทำให้ได้เฉดสีใหม่ ๆ แปลกตา นอกจากนี้ยังมีดอกเข้าพรรษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชแล้ว 5 พันธุ์ เช่น เพ็ญชมพู, มานะกุล บลู, กานต์พิรุณ, ช่อผกา และช่อลัดดา แวะชมความงามกันได้จนถึงราวเดือนตุลาคม

ลานทอง จากพืชพื้นถิ่นสู่หัตถกรรมจักสาน
วังม่วงไม่ได้มีแค่ทุ่งปศุสัตว์และฟาร์มดอกไม้ แต่ยังมีงานหัตถกรรมจากต้นลานทองที่มีอยู่ตามธรรมชาติ โดย “ลานเป็นพืชที่มีคุณค่าและผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมายาวนาน” ใบลานอ่อนใช้ทำคัมภีร์ใบลานและจักสาน ใบลานแก่มุงหลังคา ก้านใบใช้สร้างบ้าน ต้นลานเมื่อโตเต็มที่จะออกดอกสีเหลืองอ่อนที่ปลายยอด ออกผลทรงกลมรีนำไปเชื่อมกินอร่อยชื่นใจ จากนั้นจะยืนต้นตาย ณ บ้านท่าฤทธิ์ เป็นที่ตั้งของ “ศูนย์ส่งเสริมหัตถกรรมวิสาหกิจชุมชนบ้านลานทอง” มีคุณบานเย็น สอนดี ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2555 เป็นประธานกลุ่ม เล่าว่าจัดตั้งกลุ่มเมื่อปี พ.ศ. 2521 นำต้นลานทองในท้องถิ่นมาแปรรูป เริ่มจากตัดยอดใบลานอายุ 7-25 ปี ตากแห้ง เลาะใบลานออกจากก้าน นำมาตัดเป็นเส้นขนาด 1-5 มิลลิเมตร ฟอกกันเชื้อรา หรือย้อมสีธรรมชาติแล้วตากแห้งก่อนนำไปสาน

แรกเริ่มทางกลุ่มนำมาสานเป็นหมวกรูปทรงต่าง ๆ โดยมีหมวกทรงคาวบอยที่นำต้นแบบมาจากอำเภอมวกเหล็กเป็นสินค้าโดดเด่นได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน หมวกแต่ละใบพัฒนาลวดลายมาจากผ้าทอ ประยุกต์เป็นลายขัด ลายดอกพิกุล ลายฉลุโปร่ง และลายข้าวหลามตัดอย่างประณีต ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า โคมไฟ และกล่องใส่ของ ใครที่มาชมวิวถ่ายภาพกับฝูงแกะที่บ้านท่าฤทธิ์สามารถอุดหนุนหมวกใบสวย หรือเลือกเวิร์กช็อปสานกระเป๋าใบลานเรียนรู้วิถีท้องถิ่นได้

ชมความน่ารักของสรรพสัตว์น้อยใหญ่
เต็มอิ่มกับวิว พรรณไม้ และงานหัตถกรรมแล้ว ไปเที่ยวมินิซูชมความน่ารักกันต่อที่ “ดองกี้ คาเฟ่ แอนด์ มินิซู (Donkey Café & Mini Zoo)”

แวะชิมนาโปลีพิซซาแป้งบางนุ่มขอบหนาฟูสไตล์อิตาเลอบด้วยเตาฟืน แล้วเดินเที่ยวสวนสัตว์ที่มีถึงสองโซน คือ โซนสัตว์เล็ก เดินชมความน่ารักตะมุตะมิของมาร์มอต มาร่าปาตาโกเนีย แพรรีด็อก นกยูง บุชเบบี้ยักษ์ นกซันคอนัวร์ นกค็อกคาเทล เฟนเน็กฟอกซ์ แร็กคูน เมียร์แคต คาปิบารา เป็ดคอลดั๊ก และเต่าซูลคาตา และโซนฟาร์ม สามารถเช่ารถกอล์ฟขับไปชมม้า กวาง อูฐ นกอีมู แพะ ล่อ และลา ดาวเด่นหน้าตาน่ารักที่คอยส่งเสียงทักทายนักท่องเที่ยว พร้อมถ่ายภาพกับรูปปั้นลายักษ์แลนด์มาร์กสำคัญ

หากมีโอกาสมาเที่ยวลพบุรี-สระบุรี ลองแวะมาเที่ยวเลาะเขื่อนชมธรรมชาติและวิวสวย ๆ กันได้

ชตาทิพย์ อำพันทอง เรื่อง ธนิสร หลักชัย ภาพ

14/07/69 เวลา 08:55 น.