#ที่ช็อปปิ้ง

“กราโนรา” ความภูมิใจของชาวพัทลุง

กานต์ชนก เดชสุวรรณ เรื่อง ธีรพัฒน์ บุปผาพิบูลย์ ภาพ

 

เรื่องราวเริ่มต้นของคนหลบบ้าน สู่ “กราโนรา” กราโนลาสัญชาติไทย สายเลือดพัทลุง

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องของกราโนลา เราอยากให้ผู้อ่านเข้าใจคำว่า “หลบบ้าน” เสียก่อน ในภาษาถิ่นใต้คำนี้แปลว่า “กลับบ้าน” เพราะการกลับบ้านของสองพี่น้องคู่นี้ คือจุดเริ่มต้นการเดินทางของกราโนลาสัญชาติไทย สายเลือดพัทลุง ที่มีชื่ออันเก๋ไก๋ว่า “กราโนรา”คุณผึ้งเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของกราโนรา “มันเกิดจากผึ้งกับน้องชายค่ะ เราสองคนพี่น้องก็เหมือนคนต่างจังหวัดทั่วไป ที่ไปเรียนหนังสือต่างอำเภอ ทำงานต่างจังหวัด เรียนจบผึ้งก็ทำงานที่กรุงเทพฯ มีช่วงนึงที่ผึ้งกับน้องชายไปใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษ จนแม่ป่วย ผึ้งเลยตัดสินใจลาออกกลับบ้าน”

 

คุณผึ้งกลับบ้านช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดสถานการณ์ Covid-19 ในประเทศไทย เมื่อต้องดูแลคุณแม่ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีรายได้ คุณผึ้งมองเห็นว่าสิ่งที่มีรอบบ้าน ทั้งผักผลไม้ของคุณแม่ที่มีอยู่มันเยอะแต่ไม่สามารถไปขายที่ตลาดได้เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่ผ่อนปรนในเวลานั้น ในทางกลับกันตลาดออนไลน์ใน Facebook กำลังเติบโต จึงเริ่มโพสต์ขายผลไม้ที่มีผ่านช่องทางออนไลน์ส่วนตัว จากเพื่อนๆ ที่ช่วยกันซื้อ ก็เริ่มเป็นปากต่อปาก มีการสอบถามถึงสินค้าอื่น ๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดพัทลุงเข้ามามากขึ้น “วันนึงเราส่งคั่วกลิ้งให้เพื่อนที่อยู่กรุงเทพฯ จนเพื่อนบอกว่าดีจังเลย เหมือนได้กลับบ้าน เราชอบคำนี้มาก กลับบ้าน แต่เราเป็นคนใต้ มันต้องใช้คำว่าหลบบ้าน จึงตัดสินใจเปิดช่องทางออนไลน์ “Lobbaan” เริ่มต้นด้วย Instagram ต่อด้วย Facebook อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์หลบบ้าน” เริ่มแรกของแบรนด์หลบบ้านนั้น คุณผึ้งเริ่มจากขายสิ่งที่มีของคุณแม่ จนขยายไปถึงพี่ป้าน้าอาในละแวกบ้านที่มีสินค้าของดี นำมาฝากขาย ทั้งมังคุด กาละแม หัวครกหราน้ำผึ้ง (หรือที่รู้จักกันในชื่อเม็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบน้ำตาล) คุณผึ้งนำมาจัดทำแพ็คเกจ ถ่ายรูป ให้ดูสวยงาม เพิ่มความน่าสนใจให้สินค้า จนเป็นที่รู้จักในตลาดออนไลน์ นอกจากจะขายตัวสินค้าแล้ว ยังเป็นเหมือนการช่วยคลายความคิดถึงบ้าน ผ่านสินค้าไปยังคนใต้ไกลบ้าน

“ในเมื่อหลบบ้านเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว กราโนราละคะ เกิดขึ้นได้ยังไง” เราถามคุณผึ้งด้วยความสงใส “เริ่มต้นจากคุณย่าค่ะ คุณย่าเป็นคนทำขนมเดือนสิบขาย อย่างขนมพอง มันจะมีส่วนที่ไม่สวย เป็นเศษบ้าง เราก็เอามากิน กินไปกินมามันก็เริ่มนึกถึงตอนที่เราอยู่อังกฤษ มันเหมือนกับซีเรียล ผึ้งเลยเอามาโรยกับโยเกิร์ตกิน ถ่ายรูปอวดในโซเชียลส่วนตัวตามประสา จนเพื่อนบอกว่าน่ากิน ส่งมาให้หน่อย ปรากฏว่าเพื่อนกินแล้วบอกว่าอร่อยแต่มีน้ำมัน ถ้าจะกินเป็นของ Healthy คงไม่ไหว” จากปัญหากลายเป็นสิ่งท้าทาย คุณผึ้งเริ่มศึกษา ปรึกษาผู้มีความรู้ ว่าหากไม่ทอดจะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้เม็ดข้าวพอง กรอบ และไม่อมมัน ผ่านการศึกษาพัฒนามาหลายรูปแบบ ทั้งข้าวในท้องถิ่นพัทลุงเอง จนถึงข้าวไทยอีกหลายๆ สายพันธุ์ จนมาลงตัวที่ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จังหวัดสกลนคร แต่ยังไม่ลืมที่จะคงเอกลักษณ์ของบ้านเกิด คือการใช้จมูกข้าวสังข์หยดเป็นส่วนประกอบ

“กราโนรา” ชื่อนี้เกิดจากน้องชาย จากการที่ทดลองทำกินกันในบ้าน ส่งให้เพื่อนๆ ช่วยชิม จนน้องชายชักชวนว่างั้นมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จริง ๆ จัง ๆ เลยดีไหม และตั้งชื่อที่สะท้อนตัวตนทั้งถิ่นกำเนิดและผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี หลังจากผ่านการลองผิดลองถูก ปัจจุบันมี 3 รสชาติออกวางจำหน่าย คือ กิมหยงนัตตี้ ที่แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าใช้วัตถุดิบธัญพืชจากตลาดกิมหยงแน่นอน เบอร์รี่ รสชาติหวาน อมเปรี้ยว ที่มีส่วนผสมจากเบอร์รี่หลากชนิด ส่งตรงจากผู้ประกอบการทางภาคเหนือ และ โกโก้คั่วเข้ม โกโก้แท้เสริมรสด้วยโกโก้นิบส์ ที่ให้ความหวานปนขมเล็ก ๆ รสชาติเข้มข้นแบบฉบับคนใต้ จนลูกค้าตั้งชื่อให้ใหม่ว่าโกโก้พี่บ่าว เพื่อให้ดีต่อสุขภาพ ความหวานในทุกรสชาติจึงมาจากน้ำผึ้งแท้และน้ำตาลโตนดจากจังหวัดสงขลา และด้วยความตั้งใจที่อยากให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นความภูมิใจของชาวพัทลุง คุณผึ้งจึงไม่หยุดที่จะพัฒนา ยังคงค้นคว้าร่วมกับมหาวิทยาลัยทักษิณ เพื่อที่วันนึงจะได้ใช้ข้าวพัทลุงเป็นส่วนประกอบหลัก และผลิตรสชาติที่สะท้อนตัวตนของคนใต้ออกมาอีกเรื่อย ๆ

11/03/69 เวลา 08:44 น.